เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคาร X- Terminal ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่ ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดภูเก็ต ตรวจเยี่ยมการซ้อมแผนเตรียมความพร้อม ของห้องเก็บสิ่งส่งตรวจและปฏิบัติการชีวโมเลกุลระบบควบคุมความปลอดภัยด้วยแรงดันลบ มั่นใจจังหวัดภูเก็ตพร้อมแล้วที่จะรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

พญ.พิมพ์ภา เตชะกมลสุข รองผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ติดตั้งห้องเก็บสิ่งส่งตรวจและปฏิบัติการชีวโมเลกุลระบบควบคุมความปลอดภัยด้วยแรงดันลบ พร้อมเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการฯ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เพื่อเป็นด่านหน้าในการตรวจคัดกรองรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาจากต่างประเทศ

เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงจังหวัดภูเก็ต จะได้รับการตรวจวัดอุณภูมิร่างกาย ซักประวัติ ลงทะเบียน และส่งตัวไปตรวจหาเชื้อ โควิด 19 ณ ห้องเก็บสิ่งส่งตรวจฯ โดย ห้องปฏิบัติการฯ ดังกล่าวสามารถรองรับการตรวจหาเชื้อ โควิด 19 ได้รอบละ 96 ตัวอย่าง ใช้เวลาในการตรวจทางห้องปฏิบัติการฯ ประมาณ 3 ชม. ก็จะทราบผลทันที และจะส่งผลการตรวจไปยังคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดต่อไป คาดว่าจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ ประมาณ 500 คนต่อวัน ซึ่งห้องปฏิบัติการฯ จะได้การตรวจรับรองมาตรฐานโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หลังจากเก็บตัวอย่างแล้ว รถโรงแรมจะรับนักท่องเที่ยวไปส่งที่พัก ALQ (ซึ่งเป็นสถานกักตัวที่นักท่องเที่ยวเลือกและผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด)
นพ.ธนิศ เสริมแก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ มีโรงแรมที่เสนอตัวเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก แต่ตอนนี้มีโรงแรมที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 9 แห่ง รองรับได้นักท่องเที่ยวได้จำนวน 1,200 ห้อง และจะขยายเพิ่มเติมต่อไป นายณรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตพร้อมแล้วที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ โดยความร่วมมือของเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมโรค การท่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้ประกอบการต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจ ของจังหวัดภูเก็ตและของประเทศ ขอให้นักท่องเที่ยวและ พี่น้องประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวจังหวัดภูเก็ต มั่นใจได้ว่าท่านจะปลอดภัยจากโรคโควิด 19 อย่างแน่นอน หากมีท่านต้องการข้อมูลมูลเพิ่มเติมเรื่องโรคและภัยสุขภาพ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

ที่มา one31


By news

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *